หนึ่งปีผ่านไป เมื่อแผ่นดินนี้ ไม่มีพ่อ…

หนึ่งปีผ่านไป เมื่อแผ่นดินนี้ ไม่มีพ่อ…
ในฐานะที่วันนี้วันที่ 13 ตุลาคม ขณะที่แอดนั่งเขียนบทความนี้
คือวันครบหนึ่งปีที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เสด็จสวรรณ์คต
อยากถือโอกาสนี้ เขียนบทความสักหน่อย

ในบรรดานิทานทั้งหลาย มีนิทานชาดกเรื่องหนึ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงให้ความสำคัญอย่างมาก นั่นคือเรื่อง “พระมหาชนก”

ในเรื่องพระมหาชนก มีอยู่ช่วงหนึ่ง ขณะที่พระมหาชนกกำลังเดินทางด้วยเรือ เพื่อกลับเมืองมิถิลา เพื่อไปชิงเอาบัลลังกษัตริย์คืน
เรือได้ถูกพายุซัด และล่มลงกลางทาง พระมหาชนกต้องแหวกว่ายอยู่กลางทะเลนาน 7 วัน 7 คืน

ขณะนั้น นางมณีเมขลาที่ทำหน้าที่คอยเฝ้าดูโลกมนุษย์ และให้ความช่วยเหลือแก่คนดีที่ตกทุกข์ได้ยากได้รู้เรื่องเข้า ก็อยากที่จะลงมาให้ความช่วยเหลือ แต่ไม่แน่ใจในคุณงามความดีของพระมหาชนก จึงได้ลองใจ โดยถามพระมหาชนกว่า

“ใครหนอ ว่ายน้ำอยู่ได้ถึง 7 วัน ทั้งที่มองไม่เห็นฝั่ง จะทนว่ายทำไมกัน”

พระมหาชนก ก็ตรัสตอบไปว่า

“ความเพียรย่อมมีประโยชน์ แม้มองไม่เห็นฝั่ง
เราก็จักว่ายไปจนกว่าจะถึงฝั่งเข้าสักวันหนึ่ง”

นั่นคือท่านไม่ละความพยายาม แม้จะไม่รู้เลยว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่ เพราะเล็งเห็นแล้วว่า ความเพียรพยายามเป็นสิ่งดีมีประโยชน์ สมควรทำ

นางมณีเมขลา ก็ถามต่อว่า

“มหาสมุทรนี้กว้างใหญ่นัก ท่านจะพยายามเท่าใดก็คงไม่ถึงฝั่ง
คงจะตายเสียก่อนเป็นแน่แท้”

พระมหาชนก ก็ตรัสตอบไปว่า

“คนที่ทำความเพียรนั้น แม้จะต้องตายไปขณะทำความเพียรนั้นอยู่ ก็จะไม่มีผู้ใดมาตำหนิติเตียนได้ เพราะได้ทำเต็มกำลังแล้ว”

นั่นคือหากได้ทำความเพียรจนสุดความสามารถแล้วยังไม่สำเร็จ
ก็ถือว่าได้ทำเต็มที่สุดความสามารถแล้ว และการทำความเพียรอย่างสุดความสามารถจนถึงวาระสุดท้าย ก็เป็นการทำเต็มที่อย่างไม่มีใครจะตำหนิติเตียนได้ เพราะเพียรยิ่งกว่านี้ก็ไม่มีแล้ว

นางมณีเมขลายังถามต่อว่า

“การทำความเพียรโดยไม่เห็นทางที่จะบรรลุเป้าหมาย มีแต่ความยากลำบาก และอาจถึงตายได้ จะเพียรพยายามไปทำไมกัน”

พระมหาชนก ก็ตรัสตอบไปว่า

“แม้จะรู้ว่าสิ่งที่เรา กำลังกระทำนั้นอาจไม่สำเร็จก็ตาม ถ้าไม่เพียรพยายามแต่กลับหมดมานะเสียแต่ต้นมือ ย่อมได้รับ ผลร้ายของความเกียจคร้านอย่างแน่นอน ย่อมไม่มีวัน บรรลุถึงเป้าหมายที่ต้องการ บุคคลควรตั้งความเพียรพยายาม แม้การนั้นอาจไม่สำเร็จก็ตาม เพราะเรามีความพยายาม ไม่ละความตั้งใจ เราจึงยังมีชีวิตอยู่ได้ในทะเลนี้ เมื่อคนอื่นได้ตายกันไปหมดแล้ว เราจะพยายามสุดกำลัง เพื่อไปให้ถึงฝั่งให้จงได้”

นั่นคือ แม้สิ่งที่กำลังทำ อาจจะไม่สำเร็จก็ตาม แม้จะมองไม่เห็นหนทางหรือความเป็นไปได้ ถ้าละความเพียรพยายามไป ก็จะถูกความเกียจคร้านเข้าครอบ และได้รับผลร้าย ไม่มีวันบรรลุเป้าหมายได้แน่นอน เราจึงควรมีความพยายามอย่างสุดความสามารถ แม้จะรู้ว่าความพยายามนี้ อาจมิได้นำพามาซึ่งความสำเร็จ

นางมณีเมขลาได้ยินดังนั้น ก็เอ่ยสรรเสริญความเพียร และช่วยอุ้มพามหาชนกกุมาร ไปจนถึงฝั่งเมืองมิถิลา

ย้อนกลับไปในวันที่ผมยังลองผิดลองถูก
ในวันนั้น เราไม่รู้เลย ว่างานชิ้นไหน โปรเจคชุดไหน
ที่จะทำให้เรามีรายได้ เติบโต หรือติดป้อบ
เราแค่ทำมันไปเรื่อยๆ เรียนรู้ และพัฒนาไปเรื่อยๆ
ไม่มานั่งตั้งคำถาม ว่าชุดนี้จะทำแล้วคุ้มมั้ย
งานนี้จะทำแล้วจะประสบความสำเร็จมั้ย

ถ้าพระมหาชนกตั้งคำถามว่าว่ายไปแล้วจะถึงฝั่งมั้ย ก็คงไม่มีวันถึงฝั่งและจมทะเลตายเท่านั้นเอง
ความเพียรพยายามว่ายน้ำของพระมหาชนกไม่ได้ทำให้ว่ายถึงฝั่ง แต่ความเพียรพยายามว่ายน้ำนั้นทำให้ถึงฝั่ง

เครดิตภาพ : http://yuta-kun.exteen.com/images/overall2555/addpic/royalfatherre.jpg
เขียนโดย : วศิน ลีนานุรักษ์

Facebook Comments
Share Button