เราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ แต่ไม่ใช่ทุกคน

เราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ แต่ไม่ใช่ทุกคน

 

ในโลกของ Stockphoto ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเริ่มต้นได้เสมอ
เราสามารถสมัครเข้ามาขายภาพเมื่อไหร่ก็ได้ที่เราต้องการ

 

แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่แอดจะเล่าในวันนี้ วันนี้จะมาเล่าเรื่องการเริ่มต้นใหม่ “อีกครั้ง”
พักหลังๆ แอดได้รับคำถามจากลูกเพจที่ทำเอาแอดประหลาดใจหน่อยๆ
เพราะคำแนะนำที่ว่า คือเรื่องการให้ “ไปเปิดพอร์ทใหม่”

 

แอดก็จะงงๆหน่อย เพราะบนเวบก็เขียนข้อกำหนดไว้ชัดเจน
ว่าคนคนหนึ่ง สามารถมี Account ได้เพียง Account เดียว
ถ้ามีการแนะนำให้ไปเปิดพอร์ทใหม่ แน่นอนว่าต้องใช้ชื่อคนอื่น
คือแนะนำให้ทำผิดกฎร้ายแรงอยู่
แต่เราลองปิดตาข้างนึง มองข้ามเรื่องกฎหรือข้อกำหนดนี้ไปก่อน
แล้วมาดูก็แล้วกันว่าการเปิดพอร์ทใหม่ มันมีข้อดียังไง
และข้อเสียอะไรบ้าง

 

 

ข้อดีของการเปิดพอร์ทใหม่

 

คำแนะนำในเชิงให้ไปเปิดพอร์ทใหม่ มักมาจากการมองว่า การมีพอร์ทที่เป็นเอกลักษณ์ มีแนวทางงานที่ชัดเจน จะทำให้ลูกค้าติดตามและเกิดลูกค้าประจำ สมมติเดิมทีเราทำงาน ก็ทำไปแบบจิปาถะ เจออะไรก็ถ่ายมาส่ง วันดีคืนดี ไปลองหัดวาดเวคเตอร์ดู อะไรขายดี ก็ลองวาดมั่ง ทำมั่ง พอร์ทก็จะมีงานหลากหลายแนว หลากหลายรูปแบบ

 

พอเราเริ่มต้องการจับแนว เช่น จะถ่ายแต่ Background พื้นไม้มาส่ง หากเราไปเปิดพอร์ทใหม่ ให้ทั้งพอร์ทมีแต่งาน Background พื้นไม้ มันก็จะได้พอร์ทที่มีแต่ Background ไม้ เมื่อทำถึงจุดหนึ่ง ลูกค้าที่ต้องการใช้ภาพ Background พื้นไม้เค้าก็จะรู้ ว่าถ้าต้องการภาพพื้นไม้ ให้มาดูพอร์ทนี้

 

…… บอกตามตรง แอดคิดไม่ออก ว่ามันมีข้อดีอะไรนอกเหนือจากนี้บ้างเหมือนกันใครมีความคิดเห็น หรือคิดว่ามีข้อดีอื่น ก็แนะนำกันได้ที่ช่องคอมเม้นนะครับ ถือว่าแชร์ไอเดียกัน

 

 

แล้วข้อเสียล่ะ ?

 

การไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ แอดมองว่ามีข้อเสียกว่าการทำงานที่พอร์ทเดิมหลายอย่าง

 

อย่างแรกเลย คือเสียโอกาสที่ได้ทำไว้แล้ว เราอาจจะทำพอร์ทเดิมจนมีรายได้ถึง 0.33 หรือ 0.36 แล้ว ถ้าต้องไปเริ่มนับ 1 ใหม่ที่ 0.25……. เพื่อ ? ถ้าอยากเริ่มจาก 0 คือปั้นพอร์ทใหม่ มีวิธีที่ไม่ผิดกฎ นั่นคือลบภาพเดิมในพอร์ทเราออกไปให้หมด แล้วเริ่มส่งใหม่ แต่ก็จะเสียโอกาสภาพที่เคยส่งไปแล้วที่มันขายได้

 

ถัดมา ในแง่การขาย มันไม่มีอะไรมาสรุปหรือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดเพียงสิ่งเดียว ว่าทั้งพอร์ทมีงานประเภทเดียวแล้วจะดีที่สุด ตัวอย่างเดิม เช่นพอร์ท Background พื้นไม้ ถ้าเราสร้างพอร์ทที่มี Background ไม้ 2,000 ใบ ลูกค้าที่ต้องการใช้ภาพพื้นไม้ก็อาจจะมาเหมางานเราบ่อยๆ แต่อย่าลืม ว่าลูกค้าที่ต้องการใช้ภาพที่เกี่ยวกับไม้ ไม่ได้ใช้แค่ Background พื้นไม้ เค้าอาจจะต้องการภาพเฟอร์นิเจอร์ไม้ บ้านไม้ เศษวัสดุจากไม้ งานไม้ โกดังไม้ ฯลฯที่เกี่ยวกับไม้ ยังไม่นับว่าภาพที่ลูกค้าใช้ อาจจะมีความต้องการกระโดดไปที่งานอื่นที่ไม่เกี่ยวกับไม้เลยก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

 

มันจึงไม่มีข้อสรุปว่าพอร์ทงานชนิดเดียวดีที่สุด

 

 

การที่พอร์ทเรามีภาพหลายๆอย่างปนๆ กัน ในมุมมองของแอด มันไม่ใช่ข้อเสีย แต่แค่ขาดจุดเด่นในเรื่องเอกลักษณ์ของพอร์ทไปเท่านั้น ซึ่งในชีวิตการทำงานสต็อกจริงๆแล้วนั้น การทำงานในแนวทางหนึ่งๆ เราจะทำไปแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น เมื่อวันหนึ่งเราย่อมต้องปรับตัวไปสร้างงานแบบอื่นที่ตรงกับความต้องการของตลาด

 

อย่างการถ่าย Background ไม้ เมื่อถึงจุดหนึ่งก็อาจจะมีวันตัน สมมติเราเดินทางไปหาถ่ายลายไม้มาจนได้ลายไม้ครบทุกแบบที่มีบนโลกนี้แล้ว ถ่ายมันทุกแบบ ทุกมุมเท่าที่เราจะสรรหาได้ เท่าที่จะคิดออก

 

แล้วไงต่อ ?

 

เราคงไม่หยุดทำงานหรอกใช่มั้ยครับ เราอาจจะไปหาถ่ายอย่างอื่นต่อ เช่น ถ่าย Background ใบไม้…..​อ่าวแล้วเอกลักษณ์ของพอร์ทที่ว่าเป็นงาน Background พื้นไม้ล่ะ ? ถ้าเราจะยึดกับการทำงานแบบนี้ เราก็ต้องคอยเปิดพอร์ทใหม่ไปเรื่อยๆ แล้วนับหนึ่งใหม่ที่ 0.25 ไปเรื่อยๆ ?

 

บางคนบอกว่าต้องการแยกประเภทระหว่างงานภาพถ่าย กับเวคเตอร์ออกจากกัน บนเวบก็มีตัวกรองให้แสดงแต่ภาพถ่ายหรือเวคเตอร์อยู่แล้ว ฟังดูเหมือนการไปเปิดพอร์ทใหม่ดูจะเป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตนยังไงอย่างงั้น

 

อันที่จริงเราก็มี Tools ที่ชื่อ Catalog manager ให้เราจัดหมวดหมู่ภาพเราได้ตามที่ต้องการที่จะให้ลูกค้าเห็นงานเป็นเซทอยู่แล้ว

 

นอกจากนี้ งานจำนวนมากมีพลังมากกว่างานที่กระจายๆกัน พอร์ทงาน 10,000 ใบ น่าจะมีพลังเกื้อหนุนกันมากกว่าพอร์ท 2,000 ใบกระจายอยู่ 5 พอร์ท 5 ที่

 

อันที่จริง หน้าตาของพอร์ทเรา มันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามงานที่เราทำอยู่เรื่อยๆอยู่แล้ว เพราะอัลกอริธึ่มที่แสดงภาพ pop ที่หน้าพอร์ทเรา จะแสดงภาพใหม่ๆมากกว่าภาพเก่าๆ แปลได้ว่า ภาพที่เราส่งเข้าไปใหม่แล้วขายดี มันก็จะแซงภาพเก่า แม้ภาพเก่านั้นจะขายดีกว่า

 

กล่าวโดยสรุป ในความเห็นของแอดแล้ว การทำงานพอร์ทเดียวต่อไปให้ดีที่สุดน่าจะดีกว่าการไปนับหนึ่งใหม่ ซึ่งว่ากันตามจริง แค่มันผิดกฎก็เลิกคิดได้เลย ทั้งยังไม่สนับสนุนให้ทำตัวในลักษณะ “กรรมการไม่เห็นคือไม่ผิด” เพราะผิดก็คือผิด เค้าแค่ยังจับไม่ได้เท่านั้นเอง

Facebook Comments
Share Button