เคล็ดลับตีตลาดสต็อกโฟโต้ ( Popular & Trend )

ในช่วงที่ยอดขายจากร้าน shutterstock ทรงๆ ทั้งตลาด ไม่ว่าจะมือใหม่หรือมือเก๋า เรามีหน้าที่คิดค้นกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อให้สามารถอยู่ในตลาดได้

วันนี้มีอีกหนึ่งเคล็ดลับส่วนตัวมาเล่าสู่กันฟัง

อย่างที่ส่วนตัวเคยพูดเสมอๆ ว่างานถ่ายภาพของผมเน้นที่ มองของรอบตัวให้ออกว่าเป็นงานสต็อก รวมถึง Pixstockphoto Live สต็อกเกอร์เงินล้าน รียูเนี่ยน ล่าสุดที่สัมภาษณ์คุณเอก Sattapapan ก็พูดถึงเรื่องการเน้นถ่ายสิ่งของรอบตัวไม่ว่าจะเป็นลูกสาวสุดน่ารัก สวนสัตว์เจาะภาพหน้าตรงอัตราส่วน 1:1 หรือแม้กระทั่งขุมสมบัติเฉพาะตัวในที่ทำงาน
นอกเหนือจากงานถ่ายรอบตัวหนึ่งส่วน อีกส่วนหนึ่งที่หลายท่านแนะนำรวมถึงผมเองก็แนะนำในทางเดียวกันว่า จะต้องพยายามทำให้ภาพนั้นติด Popular ให้ได้เพื่อที่จะทำให้ยอดขายดีขึ้น
วันนี้ผมจะมาคุยเน้นย้ำเรื่องภาพ Popular นี่แหล่ะ ซึ่งผมแยกได้เป็นสองประเด็นที่จะกล่าวถึงให้พอเห็นภาพ เพื่อจะได้หยิบนำไปลองทดสอบ และปฏิบัติกันเพื่อเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการสู้กับตลาดที่กล่าวไว้ข้างต้น
เวลาเราคิดงานใหม่ๆ ออกว่าจะถ่ายอะไร เราทุกคนจะต้องไป search keyword นั้นๆ ที่หน้า popular และก็ดูว่ารูปร่างหน้าตาแสงสีเสียง เป็นอย่างไร จึงจดจำหรือเซฟเอาไว้เป็น reference ให้เราถ่ายหรือตกแต่งภาพเพื่อส่งขาย หรือแม้กระทั่งในช่วงเวลาที่เราไอเดียตัน คิดงานไม่ออก บางครั้งเราก็ใช้วิธีการ search หางานที่อยากจะทำจากภาพ Popular ก็พอจะช่วยได้
ปล. ภาพประกอบ pixstockphoto  Live ของคุณเอก Sattapapan
ใช่…ผมกำลังพูดถึงเรื่องการถ่ายตามภาพ popular ซึ่งทั้งตัวผมเอง และสต็อกเกอร์ทุกท่านที่กำลังอ่านอยู่ ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า ส่วนใหญ่ก็เคยทำแบบนี้มากันแล้วไม่มากก็น้อย ในช่วงที่เราเรียนรู้และทำความเข้าใจกับสต็อกโฟโต้
ทีนี้ผมขอยกตัวอย่างเป็นสองกรณี
กรณีแรก : สมมุติภาพที่เรา search ดูจากภาพ popular มีจำนวนหนึ่งแสนกว่าใบ กับอีกกรณีนึง
กรณีสอง : มีจำนวนภาพ เกือบเก้าล้านใบ
ถ้าผมถามว่า “ถ้าเลือกได้คุณจะถ่ายภาพตามกรณีแรก หรือกรณีสอง เพราะเหตุผลอะไร”
ผมอยากให้คุณหยุดอ่านและคิดที่จะตอบคำถามนี้ก่อน ก่อนที่จะไปต่อ จะได้ลองใช้ความคิดที่ต่างกัน


กรณีแรกถ้าจำนวนภาพยังไม่เยอะ มีความเป็นไปได้ว่าคนยังทำไม่เยอะ  ถ้าคุณทำภาพแนวนี้ในช่วงเวลานี้ส่งขาย และคุณภาพดี คุณอาจยึดหัวหาดงานนี้ได้ ในช่วงระยะเวลา 3-6 เดือน นั่นหมายความว่าคุณจะได้ยอดขายต่อวันเพิ่มมากขึ้นสำหรับคีย์ใหม่คีย์นี้ของคุณ
หรืออีกความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นคือคุณอาจจะขายไม่ค่อยได้เลย เพราะปริมาณความต้องการยังไม่มากพอหรือจังหวะเวลายังไม่เหมาะสมกับงานประเภทนี้
กรณีสองถ้าจำนวนภาพเก้าล้าน คุณอยากลองลงสนามแข่งโดยที่ปริมาณความต้องการใช้มากแน่นอน คุณอาจจะขายได้บ้างแต่การขึ้นมาหน้า pop หน้าแรก ยากมากเช่นกัน เพราะเหตุผลอีกข้อนึงที่ต้องคำนึงคือคุณทำตามได้ไม่ยาก คนอื่นก็ทำได้เยอะเช่นเดียวกัน
ทั้งสองกรณีมีจุดแข็งและจุดอ่อนให้เราวิเคราะห์ก่อนลงสนามได้ ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับเราว่าจะเลือกสนามไหนเล่น ซึ่งแน่นอนโดยส่วนตัวผมคิดว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือช่วงเวลาที่เหมาะสม ในการทำและส่งงาน
ไม่แน่นะว่าจริงๆ แล้วที่ผมยกตัวอย่างขึ้นมาทั้งสองกรณีอาจะเป็นเรื่องเดียวกันก็ได้ แต่แตกต่างกันด้วยกาลเวลาเท่านั้นคือ
ภาพคุณเป็นหนึ่งใบ popular ที่ยึดหัวหาดภาพหลักแสนเมื่อ 3 ปีที่แล้ว และขายได้มาเรื่อยๆ จนวันนี้ภาพใบนี้ กลับกลายเป็นหนึ่งภาพหน้าแรกที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นมาเป็น 9 ล้านก็เป็นไปได้นะ
นอกจากการถ่ายตามภาพ popular แล้วอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันที่ผมอยากจะแชร์คือ การศึกษาเรียนรู้และค้นหาเทรนด์ใหม่ๆ ประจำปี และบวกกับการคิดค้นหาไอเดียใหม่ๆ เข้าไปจับรวมกันเพื่อสร้างงานใหม่ออกมา เพื่อทำให้ภาพ Pop
สิ่งที่กำลังพูดถึงคือวิธีการทำงานเพื่อเป็นผู้นำเทรนด์
ผมมักจะยกตัวอย่างนี้ในหลายๆ เวทีที่มีโอกาสเสมอ
ย้อนไปเมื่อปี 2015 ผมได้มีโอกาสเห็นเทรนด์ปีนั้น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือภาพแนว Double exposure
ณ.ช่วงเวลาปี 2015 ภาพแนวนี้จำนวนภาพยังไม่ถึงหลักแสนด้วยซ้ำไป
ผมจึงเริ่มศึกษาแนวภาพ และวิธีการโพรเซสภาพว่าทำอย่างไร จึงผลิตงานเซตนี้ออกมา ซึ่งภาพแนวนี้มันก็ทำให้ผมขายได้เยอะและก็ขึ้นไปเป็นภาพ pop แถวหน้าด้วยคีย์ที่ค่อนข้างใหญ่ นี่คือสิ่งที่ผมเรียกว่า “เป็นผู้นำเทรนด์”
แต่ในปัจจุบันคุณจะเห็นภาพแนวนี้ค่อนข้างเยอะมาก เพราะเริ่มมีคนทำตามเรื่อยๆ ซึ่งก็มองได้เป็นกรณีคือ
ทำตามแล้ว คุณภาพสูงบวกกับเนื้อหาภาพเหมาะกับการนำไปใช้งานได้หลากหลาย ก็ทำให้ขายดีและได้ส่วนแบ่งตลาดมาขึ้นหน้า popular บ้าง
ส่วนอีกกรณีก็อาจจะขายได้ไม่ดีเพราะคู่แข่งมหาศาลแล้ว รวมถึงงานของผมเองด้วยซ้ำที่มีการเติมงานในลักษณะของ Double exposure แต่ก็ไม่สามารถขายได้ดีเท่าภาพเดิม เพราะปัจจัยเรื่องจังหวะเวลา
อีกตัวอย่างหนึ่งที่ผมจับเทรนด์ ปี 2016 คือ VR หรือ Virtual Reality แต่ผมลองทำแล้วส่งขายก็ไม่ work
งานของผมไม่ได้ขายดี เหมือนตอน double exposure ซึ่งก็มีปัจจัยหลายๆ อย่าง ที่ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในงานเซตนี้
ที่ยกตัวอย่างมา เพื่อเป็นเนื้อหาประกอบความเข้าใจเรื่อง เทรนด์ กับภาพ popular ว่าเป็นปัจจัยสำคัญของการผลิตงานขายแล้วขายได้ขายดี  และในแต่ละปีมันมีหลายเทรนด์ บางเทรนด์ก็ดังเปรี้ยงปร้าง บางเทรนด์ก็ไม่เกิด
แต่ผู้นำเทรนด์ที่ผมพยายามจะใช้คำนี้ มันไม่ได้แปลว่าต้องเป็นภาพที่มาจาก เทรนด์ประจำปีนะครับ ซึ่งมันอาจรวมไปถึงไอเดียที่เราคิดค้นขึ้นและเป็นคนขายรายแรกๆ ทำให้เราสามารถยึดหัวหาดได้ในงานนั้นๆ นะครับ สิ่งที่ตามมาก็คือจะมีคนมาลอกงานคุณมากขึ้นอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งมันทำให้ภาพคุณจะยิ่งขายดีเพราะถูกดันให้ Popular ในที่สุด ซึ่งมีข้อแม้เดียวเท่านั้นคืองานของคุณต้องเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและเนื้อหา
อ่านถึงตรงนี้ผมคิดว่าการเป็นผู้นำเทรนด์ในแต่ละชิ้นงานนั้นโคตรมีความสำคัญ แล้วก็มีหน้าที่เพิ่มจำนวนภาพที่ Popular ในแต่ละชิ้นงานเข้าไป มันก็ทำให้ยอดขายเราทวีคูณไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จในแง่การขายของสต็อกเกอร์ อยากให้ทุกคนที่อ่านเข้าใจและลองนำไปฝึกปฏิบัติเนื้อหาหลักสองข้อนี้ให้สัมฤทธ์ผล แล้วกลับมาบอกผมอีกทีว่า
“วันนี้ คุณเป็นผู้นำเทรนด์แล้วหรือยัง”
เขียนโดย : ธนาณิตย์ สันติวิริยนนท์
อ่านบทความอื่นๆได้ที่ : www.pixstockphoto.com
#pixstockphoto
Facebook Comments
Share Button