คนมาทำสต๊อกกันเยอะขึ้น มือใหม่จะขายได้มั้ย…. ?

คนมาทำสต๊อกกันเยอะขึ้น มือใหม่จะขายได้มั้ย…. ?

แล้วมือเก่าจะขายยากขึ้น ยอดตกรึป่าว…. ?

จากการที่มีคนใหม่ๆเข้ามาแย่งตลาด

 

ตลอดระยะเวลาที่ผมทำสต็อกมานานกว่า 4 ปี
คำถามนี้เป็นคำถามที่ได้ยินมาตลอด
ทั้งจากคนกำลังเริ่ม คนเพิ่งเริ่ม และคนที่กำลังไต่เต้า
ลองมาดูข้อเท็ดจริงกัน ว่ามันจะเป็นอย่างที่ใครๆว่ากันมั้ย

 

 

จากข้อมูลด้านจำนวนคนขายภาพที่เพิ่มขึ้นทุกปี
คนไทยเป็นประเทศอันดับต้นๆ ที่มี Contributor มากที่สุด
และจำนวนภาพที่เพิ่มขึ้นไปจนเป็นหลักร้อยล้านภาพ

 

แต่เชื่อมั้ย ว่าตลอดช่วงเวลาที่จำนวน Contributor ที่เพิ่มขึ้นมากมาย
และจำนวนภาพที่เพิ่มขึ้นไปถึงร้อยล้านนั้น
มีคนขายภาพที่แจ้งเกิดขึ้นอีกจำนวนมากมายเหมือนกัน
ทุกๆเดือน จะมีคนมาโพสขอบคุณอาจารย์ ขอบคุณเพื่อนๆ
เมื่อเค้าทำสต็อกไปจนรายได้รวมถึง 500 us, 3,000 us, 10,000 us
หรือ 30,000 us (1 ล้านบาท)
นั่นคือยังคงมีคนเกิดใหม่ทุกวันอยู่ตลอดเวลา

 

 

ถ้าเราแบ่งคนออกเป็นกลุ่มๆ ตามรายได้
เราจะพบว่ามันเป็นสามเหลี่ยมปิรามิดเสมอ
นั่นคือที่ฐานสามเหลี่ยม เป็นกลุ่มที่รายได้ไม่มาก
และคนรายได้สูง ก็มีจำนวนลดลง
ประชากรโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ก็ทำให้ปิรามิดนี้ขยายโตขึ้น
และโตขึ้นทุกๆชั้น ไม่ได้โตเฉพาะฐาน หรือชั้นใดชั้นหนึ่ง

 

การทำสต็อกก็เช่นกัน ที่เมื่อ Contributor มีมากขึ้น
ภาพรวมมันก็โตขึ้น เวลาผ่านไป ก็มีคนขึ้นอันดับมาเรื่อยๆ
ซึ่งก็แปลว่ายังคงมีคนที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ แม้จะมีคนเข้ามาทำมากขึ้น
ภาพที่ขายดี/ ไม่ดีก็เช่นกัน ว่ามีสัดส่วนเป็นสามเหลี่ยมปิรามิด
คือภาพที่ขายดีอยู่ยอด และขายได้น้อยอยู่ที่ฐาน

 

ขณะที่พฤติกรรมการซื้อจะมีลักษณะกลับกัน
นั่นคือลูกค้าจะซื้อภาพเยอะในกลุ่มภาพคุณภาพดี
ส่วนภาพคุณภาพไม่ดีที่อยู่ตรงฐานปิรามิด จะขายได้น้อย
หรือขายไม่ได้เลย

 

พอเวลาผ่านไป จำนวนภาพมากขึ้น คนขายภาพมากขึ้น
หลายคนก็อาจจะสงสัย พฤติกรรมการซื้อจะเติบโตในทุกๆชั้น เหมือนกันมั้ย ?

 

วิธีวิเคราะห์อย่างง่ายๆ คือถ้าเราสมมติตัวเราเป็นลูกค้า
สิบปีที่แล้ว มีภาพในสต็อกไม่มาก ตัวเลือกมีไม่เยอะ
ในสต็อกมีภาพแบบไหน เราก็เลือกซื้อเอาตามที่มี
แต่วันนี้ เมื่อมีตัวเลือกมากขึ้น ทั้งคุณภาพดีและลดหลั่นลงมา
เราก็ย่อมเลือกซื้อภาพที่คุณภาพดี
การเติบโตขึ้นของลูกค้า จึงสะท้อนการขายที่สูงขึ้นในกลุ่มภาพคุณภาพดีเป็นหลัก

 

 

พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการงานที่ดีกว่า
ทำให้ด้านบนของปิรามิดโตขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่า
นั่นคือภาพที่ขายดี ก็มีแนวโน้มจะขายดีขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่ภาพคุณภาพไม่ดี ที่เคยขายไม่ค่อยได้
ก็อาจจะยังคงขายไม่ได้อยู่อย่างงั้น แม้ตลาดจะโตขึ้น

 

ด้วยเหตุนี้ คำถามที่ว่า มือใหม่ที่เริ่มขายภาพ จะขายได้มั้ย ?
คำตอบจึงอยู่ที่เนื้องานที่เราทำ ภาพที่เราสร้างไปส่งขาย

 

มือเก่าจะขายยากขึ้น ยอดจะตกหรือเปล่า ?
จากการที่มีคนมาขายภาพมากขึ้น
แม้ผมจะเปรียบเทียบบ่อยๆ ว่าการขายภาพ
มันเหมือนการเปิดร้านขายอะไรสักอย่าง
แต่ในโลกของการขายภาพออนไลน์
มันไม่ได้มีการแย่งการขายกัน แบบเปิดร้านแข่งกันข้างๆ

 

 

ภาพที่เคยขายได้ขายดี เมื่อเวลาผ่านไป
ความนิยม และความต้องการใช้ภาพที่เปลี่ยนไป
ก็สามารถทำให้ภาพที่ขายดีมากๆ หล่นจากอันดับได้
เป็นเรื่องธรรมดา

 

ในวันที่โลกมี desktop computer เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมี
ภาพ desktop computer ก็ขายดี
ในวันที่โลกนิยมใช้ Notebook computer มากกว่า
การขายของ desktop computer ก็ลดน้อยลงไป
พอวันที่คนใช้ smartphone มากกว่า computer
ภาพ smartphone ก็ขายดีมากกว่าขึ้นมาแทน

 

นั่นคือการขาย มันขึ้นกับเนื้อหา และคุณภาพของงานเรา
ไม่ได้ขึ้นกับปริมาณของ contributor
ยิ่งไปกว่านั้น contributor แต่ละคน
ก็สร้างงานกันออกมาอย่างหลากหลาย
ทั้งด้านเนื้อหา และคุณภาพ

 

ดังนั้น ถ้าเราไม่ได้ทำงานตามคนอื่น
สามารถสร้างงานได้ด้วยตัวของเราเอง
และหมั่นพัฒนาคุณภาพงานตัวเองอยู่เสมอ
ก็ไม่มีอะไรต้องห่วงเรื่องการขายเลย

Facebook Comments
Share Button