Trip Stock Photo . . . ควรไปมั้ย ?

Trip Stock Photo . . . ควรไปมั้ย ?

 

จากบทความครั้งก่อนที่เคยเขียนเอาไว้ เรื่อง “Stock Conceptual Shooting…ใครๆก็ทำได้ ใน 3 ขั้นตอน”
เชื่อว่าหลายคนคงมีคำถาม และข้อสงสัยเกิดขึ้นในใจ ว่าถ้าเรายังไม่พร้อมที่จะจัดถ่ายด้วยตัวเอง แล้วเราควรไป Trip มั้ย ?

 

วันนี้เลยขอมาเล่าสู่กันฟังถึงข้อดีข้อเสียของการไปออกทริบถ่ายสต็อก
และวิธีพิจารณาว่าทริบจะน่าสนใจหรือไม่ และหลักการคิดที่จะทำให้การไปออกทริบได้ประโยชน์สูงสุด

 

 

– – – – – – ข้อดี/ ข้อเสียของการออก trip stock photo – – – – – –

 

การไปออกทริบเพื่อถ่ายสต็อกที่ “คนอื่นเป็นผู้จัด” เชื่อมั้ยว่ามันนับว่าเป็นสิ่งใหม่บนโลกใบนี้ และมีแต่เมืองไทยที่เดียวในโลกที่มีการทำแบบนี้…. น่าคิดมั้ยว่าทำไม ?

 

ถ้าให้มานั่งถกกัน มันก็คงมีเหตุผลที่แล้วแต่ว่าแต่ละคนจะคิดออกมาร้อยแปดพันอย่าง ดังนั้นหาเหตุผลว่าทำไม….​ คงไม่ได้ประโยชน์เท่ากับการวิเคราะห์ “ผล” ของมัน ว่าการออกทริบแบบบ้านเรา ที่มีคนไปร่วมกันนับสิบๆคน กับการจัดถ่ายเองคนเดียว หรือกลุ่มเล็กๆ 2-3 คน ให้ผลดีผลเสียที่ต่างกันยังไง

 

 

  1. มุมซ้ำ

ในการจัดถ่าย ภาพแต่ละช้อตแต่ละซีน แม้เราจะบอกอย่าถ่ายทับมุม หรือถ่ายซ้อนกัน แต่มันก็จะมีมุมที่โอเคอยู่ไม่กี่มุม ยิ่งแบบน้อยมุมก็ยิ่งน้อย ประกอบกับถ้ามีช่างภาพนับสิบคน มุมที่ดีก็แทบจะเรียงคิวกันถ่าย จึงเป็นไปไม่ได้เลยภาพจะไม่ซ้ำ

 

ในแง่ของการขายมันก็คืองานที่เหมือนๆกัน ไม่ต่างกับงาน similar ในพอร์ทคนคนเดียว

 

จริงๆ ประเด็นเรื่อง Similar ผมเห็นแวบๆ ว่ามีคนพูดเอาไว้ ว่าถ้าคนละพอร์ทยังไงก็ไม่โดน แต่ผมกลับไม่คิดอย่างงั้น เพราะถ้าลองมองว่าเราเป็น SS แล้วมีภาพที่คล้ายๆ กันส่งเข้ามา 10-20 ใบ จากคน 10-20 คน ผมคงเลือกเอาแค่ใบเดียว….. ทำไม ?​ ก็มันเหมือนกันนี่นา จะต่างพอร์ทหรือในพอร์ทเดียวกัน มันก็คืองานที่เหมือนกันนั่นแหละ

 

 

  1. ต้นทุนแพง

การจัดทริปเนี่ย จัดคนเดียวแรกๆ มันก็คิดกังวลไปต่างๆนาๆ
จะได้งานมาซักเท่าไหร่หว่า ภาพจะผ่านมั้ย จะขายได้มั้ย จะคุ้มรึเปล่า บลาๆๆๆ

 

ตอนจัดครั้งแรก ผมก็คิดก็กังวลแบบนี้เหมือนกันแหละ 5555+

 

ทริบแรกที่ผมจัด สามปีที่แล้ว ผมเสียค่าทริบไปประมาณสามหมื่นบาท
เทียบกับการไปออกทริบที่คนอื่นจัด อาจจะมีค่าทริบซัก 1000-2000 บาท ต่างกันตั้ง 15-30 เท่า

 

งานนี้ ภาพที่ผมได้มาไม่ได้ดีมาก ขายได้บ้าง และเหมือนจะไม่ติด pop เลยอีกต่างหาก
แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นคือ ยอดขายในเดือนถัดมาสูงขึ้น 25% คิดง่ายๆ จาก 1000 โหลด กลายเป็น 1250 โหลด
ทั้งๆที่งานเซทนี้มันขายไม่ค่อยได้ แต่ภาพรวมพอร์ททั้งพอร์ทเลยที่ถูกขายได้สูงขึ้น

 

ที่เล่านี่ไม่ใช่สูตรสำเร็จว่าเราทำแบบนี้แล้วจะได้ผลแบบนี้ แต่สิ่งที่ผมได้มาจริงๆแล้ว คือ “ประสบการณ์”
เรารู้ละว่าเวลาเราจะจัดถ่ายมีอะไรต้องเตรียม ต้องคำนึงถึงบ้าง เราจะเจอปัญหาอะไรบ้าง เราพลาดเรื่องไหนบ้าง

 

ครั้งถัดมาที่ผมจัดถ่าย วางคอนเซปจ้างแบบมาคนเดียว และรอบนี้ผมถ่ายคนเดียว
เสียค่าใช้จ่ายไปราวๆ 12,000 บาท ภาพเซทนี้ก็มีหลายๆภาพที่ติด pop ใน key ใหญ่ๆ หลายๆ key ผ่านมาเป็นปีก็ยังขายดีอยู่

 

มันจึงสะท้อนอีกอย่างหนึ่ง คือผลงานทั้งหมดก็เป็นของเรา ไม่มีใครหาร ขายดีก็ขายดีอยู่คนเดียว ไม่ต้องแบ่งใคร
ถ้ามีคนหาร มันก็หารกันทั้งค่าใช้จ่ายและรายได้

 

 

พูดถึงข้อเสียไปแบบเน้นๆ แล้วการไปออก trip stock photo มันก็มีข้อดีอยู่บ้างเหมือนกัน

 

เราจะได้เห็นว่าเวลาจัดถ่าย เค้าจัดกันยังไง เลือกแบบยังไง ใช้ของอะไร
สั่งแบบยังไง เลือกมุมถ่ายยังไง เลือกแสง เลือกระยะถ่ายยังไง เลือกสถานที่ยังไง วิเคราะห์มุมวิเคราะห์แสงกันยังไง

 

ซึ่งจะพบว่า ทั้งหมดที่พูดมา 80% มันอยู่ที่การเตรียมตัว นั่นหมายถึงว่า ลูกทริบ จะเห็นแค่ว่า มีใครเป็นแบบ
แต่ไม่ได้ลงไปเรียนรู้ถึงกระบวนการคิดกว่าจะเคาะ character ออกมาเป็นแบบคนนี้
กระบวนการกลั่นกรองจนออกมาเป็นการแต่งกายแบบนี้ สถานที่แบบนี้ เลือกช่วงเวลา เลือกแสงยังไง

 

ถ้าไปเจอคนจัดทริบที่คิดงานและทำการบ้านมาดี ก็จะได้แบบที่ดี แต่งกายตรง concept เลือกสถานที่ที่ดี
ทั้งเรื่องมุมร้าน มุมถ่าย แสง และการจัดการปัญหาหน้างาน เช่น ถ้าฟ้าครึ้ม ฝนตกขึ้นมา

 

แต่ถ้าไปเจอคนจัดทริบที่ไม่ละเอียด ก็อาจไปได้สถานที่ถ่ายซ้ำๆเดิม หรือแสงทึมๆ
พร้อพก็อาจจะเอามาแบบขอไปทีแค่ให้มีใช้ ซึ่งล้วนสะท้อนออกมาจากตัวงาน

 

แปลว่า การจะได้ไปเจอทริบที่ดี มันก็มีองค์ประกอบที่ควรพิจารณาถึง ก่อนจะตัดสินใจลงสมัครทริบ
ซึ่งถ้าเจอทริบที่ดี เราก็จะได้เห็นการจัดที่ดี แต่ก็อย่างที่บอกว่าสิ่งที่เห็น มันเป็นแค่ 20% ของการทำงานเท่านั้น
นั่นคือ ต่อให้ได้ไปทริบที่ดี สิ่งที่เราจะเรียนรู้ ก็เป็นเพียง 20% ของการทำงานเท่านั้นเอง

 

 

4 ข้อควรพิจารณาก่อนจะตัดสินใจลงชื่อไป Trip stock photo

 

ออกตัวไว้ก่อน ว่านี่เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคลของผม เป็นแค่หลักพิจารณาส่วนตัว
ไม่ใช่การตัดสินถูกผิดหรือดีไม่ดีนะครับ

 

  1. วัตถุประสงค์ของการไปร่วมทริบของเราคืออะไร ตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า
    เราไปเพื่อเน้นเอาภาพมาส่งขาย หรือเพื่อหาความรู้เกี่ยวกับการจัดถ่าย
    ซึ่งไม่ว่าจะไปเพื่ออะไร ก็ล้วนต้องพิจารณาองค์ประกอบในข้อต่อๆไปประกอบด้วยเสมอ
    การตั้งวัตถุประสงค์ ก็เพื่อเมื่อถึงเวลาไปออกทริบ เราจะได้ไม่ลืมสังเกต
    และศึกษารายละเอียดในงานที่เห็น ไม่ได้มัวแต่ถ่ายซะจนลืมทุกสิ่งอย่าง

 

  1. ผู้จัดเป็นใคร มีประสบการณ์กับงาน stock มาแค่ไหน และผลงานเป็นอย่างไร
    หลายคนอาจจะค้านว่า โค้ชทีมฟุตบอลไม่เห็นเตะบอลเก่งเลยซักคน ซึ่งอันนั้นก็จริงอยู่ครับ
    แต่มันก็ไม่มีอะไรมาตัดสินได้ว่าคนคนนึงที่ไม่ได้มีผลงานด้านสต็อกที่เป็นที่ประจักษ์ จะสามารถจัดงานได้ดีรึเปล่า
    กลับกัน ถ้าผลงานเค้าดี มีหลักฐานว่าเคยจัด เคยทำมาแล้วกับตัวเอง ผลงานเป็นที่น่าพอใจ มันก็ไม่มีอะไรจะต้องถามกันมาก

 

  1. แบบที่เลือก เป็นใคร มีประสบการณ์ หรือมือใหม่ *เคยผ่านการเป็นแบบมาก่อนหรือไม่*

 

  1. จำนวนลูกทริบ ถ้าเกินกว่า 5 คน ก็ไม่น่าไปแล้ว 10 คน 20 คนยิ่งไม่ต้องพูดถึง
    ซึ่งถ้าว่ากันตามจริง การจัดทริบสักทริบหนึ่ง ก็ต้องมีต้นทุนและบวกกำไรไปอีก
    สมมติว่าคล้ายๆ ทริบแรกที่ผมจัดคือต้นทุนอาจจะราวๆ 20,000 บาท
    ถ้ารับสมัครลูกทริบ 5 คน ก็ต้องคิดเงินต้นไปคนละ 4,000 บาท
    ถ้าจะต้องการกำไร ก็ต้องคิดค่าทริบต่ำๆ คนละ 5,000 บาทขึ้นไป
    แต่ถ้ารับสมัครลูกทริบ 20 คน คิดแค่คนละ 2,000 ก็กำไรแล้ว แล้วแบบนี้ ทริบ 5,000 ใครจะไป ?

 

 

คุยปิดท้ายกันสักนิด เรื่องที่ผมแพลมไว้ตอนต้น ว่าการจัดทริบถ่ายเป็น Thailand only

 

ประเด็นที่จะพูดถึง ไม่ใช่ประเด็นคนไทยหรอก แต่เป็นคนทำงานในประเทศอื่น ว่าทำไมเค้าถึงไม่ทำอย่างที่เราทำ ?
ทำไมคนสร้างงานที่ยุโรป อเมริกา รัสเซีย หรือกระทั่งเพื่อนบ้านในเอเชีย เค้าไม่เห็นทำกันเลย

 

พอนั่งพิจารณาสักหน่อย มันก็ได้ข้อสรุปจากตัวมันเองไม่ยาก
นั่นคือการคิดเองถ่ายเอง งานจะไม่เหมือนใคร ไม่ซ้ำใคร จะ pop ไม่ pop นั่นเรื่องนึง
ซึ่งผมมองว่า การมีความสามารถในการคิดสร้างงานได้ด้วยตัวเองนี่แหละ
คือกุญแจที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับการทำงาน Creative ให้ประสบความสำเร็จ

 

ในบรรดาคนที่ไปออกทริบกันเป็นอาชีพหลัก ผมก็อยากให้ตั้งคำถามกับตัวเองกันสักนิดนึง
ถ้าวันนึง การไปทำงานลักษณะนี้ไม่เป็นที่ยอมรับอีกต่อไป ไม่มีทริบให้เราไป
หรือต่อให้มี พอไปมาได้ภาพ ส่งไปก็ไม่ผ่าน (โดน warning อีกต่างหาก)

 

เราจะสร้างงานของเราเองได้ยังไง ?

 

Facebook Comments
Share Button